โบท็อกกับฟิลเลอร์ต่างกันอย่างไร? เลือกให้ตรงกับปัญหาที่กังวล
โบท็อกและฟิลเลอร์แก้คนละปัญหา บทความนี้อธิบายว่าแต่ละอย่างทำงานอย่างไร เหมาะกับริ้วรอยแบบไหน อยู่ได้นานเท่าไร และใช้ร่วมกันได้หรือไม่
เผยแพร่เมื่อ
โบท็อกกับฟิลเลอร์ถูกพูดถึงคู่กันเสมอ จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นสิ่งเดียวกันหรือใช้แทนกันได้ ความจริงคือทั้งสองอย่างแก้คนละปัญหา และการเลือกผิดคือสาเหตุที่ทำให้ผลลัพธ์ ไม่ตรงกับที่คาดหวัง
สรุปสั้นที่สุดคือ โบท็อกลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ส่วนฟิลเลอร์เติมปริมาตร
โบท็อกคืออะไร ทำงานอย่างไร
โบท็อกคือสารที่ทำให้กล้ามเนื้อมัดที่ฉีดคลายตัวลงชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อขยับน้อยลง ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าก็ดูจางลงตามไปด้วย
จึงเหมาะกับริ้วรอยที่ปรากฏตอนขยับใบหน้า เช่น รอยระหว่างคิ้วตอนขมวดคิ้ว รอยตีนกาตอนยิ้ม และรอยบนหน้าผากตอนเลิกคิ้ว
นอกจากงานริ้วรอย ยังมีการใช้เพื่อปรับรูปหน้าในบริเวณที่กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ เช่น บริเวณกราม ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายคนได้ยินคำว่าฉีดลดกราม
ฟิลเลอร์คืออะไร ทำงานอย่างไร
ฟิลเลอร์คือสารที่ฉีดเพื่อเติมปริมาตรในชั้นผิว ส่วนใหญ่ที่ใช้กันเป็นกลุ่มสาร ไฮยาลูรอนิก แอซิด ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายมีอยู่แล้วและอุ้มน้ำได้ดี
ฟิลเลอร์จึงเหมาะกับปัญหาที่เกิดจากการยุบตัวหรือขาดปริมาตร เช่น ร่องแก้มที่ลึกขึ้น ใต้ตาที่ดูตอบ หรือการปรับรูปทรงเฉพาะจุดอย่างคางและริมฝีปาก
ต่างจากโบท็อกตรงที่ฟิลเลอร์ให้ผลกับริ้วรอยที่เห็นอยู่แม้ตอนใบหน้านิ่ง
ตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | โบท็อก | ฟิลเลอร์ |
|---|---|---|
| หลักการ | ลดการทำงานของกล้ามเนื้อ | เติมปริมาตร |
| เหมาะกับ | ริ้วรอยตอนขยับใบหน้า | ร่องลึก ผิวที่ยุบตัว การปรับรูปทรง |
| เห็นผล | ประมาณ 3 ถึง 7 วัน และชัดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ | เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที |
| อยู่ได้นาน | ประมาณ 3 ถึง 6 เดือน | ประมาณ 6 ถึง 18 เดือน แล้วแต่ชนิดและตำแหน่ง |
| หน่วยที่คิด | ยูนิต | ซีซี |
ปัญหาไหนควรใช้อะไร
- รอยระหว่างคิ้ว รอยตีนกา รอยหน้าผาก มักเป็นงานของโบท็อก
- ร่องแก้ม ร่องน้ำตา มักเป็นงานของฟิลเลอร์
- หน้าเหลี่ยมจากกล้ามเนื้อกรามใหญ่ มักเป็นงานของโบท็อก
- คางสั้น ริมฝีปากบาง มักเป็นงานของฟิลเลอร์
- ผิวที่ดูหมองหรือเนื้อผิวไม่เรียบ ไม่ใช่งานของทั้งสองอย่าง แต่เป็นเรื่องของ โปรแกรมดูแลผิว
ข้อควรทราบคือ ใบหน้าของแต่ละคนมีสาเหตุของปัญหาต่างกัน รอยที่ดูเหมือนกัน อาจมาจากคนละสาเหตุ การประเมินโดยแพทย์จึงเป็นขั้นตอนที่ข้ามไม่ได้
ใช้ร่วมกันได้ไหม
ได้ และในทางปฏิบัติมีการวางแผนใช้ร่วมกันบ่อย เพราะแก้คนละสาเหตุ ตัวอย่างที่พบได้คือ ใช้โบท็อกกับริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า ร่วมกับฟิลเลอร์ ในตำแหน่งที่ปริมาตรลดลง
การจะใช้ร่วมกันหรือไม่ ควรมาจากการประเมินหน้างาน ไม่ใช่จากการเลือกล่วงหน้า
เรื่องความปลอดภัยที่ควรถามก่อนฉีด
ทั้งสองอย่างเป็นหัตถการทางการแพทย์ ไม่ใช่บริการความงามทั่วไป ก่อนตัดสินใจ ควรถามให้ชัดเจนว่า
- ผู้ที่ฉีดเป็นแพทย์หรือไม่
- ใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อใด และเปิดให้ดูกล่องก่อนใช้ได้หรือไม่
- คิดราคาแบบยูนิตหรือซีซี และรวมอะไรบ้าง
- หากผลไม่เป็นไปตามที่คุยกันไว้ มีแนวทางดูแลต่ออย่างไร
ราคาที่ถูกผิดปกติเมื่อเทียบกับตลาดเป็นสัญญาณที่ควรตั้งคำถาม เพราะต้นทุน ของผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานมีระดับของมันอยู่
คำถามที่พบบ่อย
โบท็อกกับฟิลเลอร์ อันไหนเห็นผลเร็วกว่า ฟิลเลอร์เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังฉีด ส่วนโบท็อกใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 7 วัน จึงเริ่มเห็นผล และชัดขึ้นภายในราวสองสัปดาห์
อยู่ได้นานแค่ไหน โบท็อกโดยทั่วไปประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูรอนิก แอซิด ประมาณ 6 ถึง 18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งที่ฉีด
ถ้าไม่ชอบผลลัพธ์ แก้ได้ไหม โบท็อกจะค่อย ๆ คลายฤทธิ์ไปเองตามเวลา ส่วนฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูรอนิก แอซิด มีแนวทางที่แพทย์ใช้จัดการได้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำเป็นลำดับแรก
ครั้งแรกควรเริ่มจากอะไร เริ่มจากการปรึกษา ไม่ใช่เริ่มจากการเลือกหัตถการ เพราะสิ่งที่คุณกังวลอาจไม่ได้ แก้ด้วยวิธีที่คิดไว้ตอนแรก
ไม่แน่ใจว่าปัญหาของคุณคืออะไร
ทักมาเล่าให้ทีมงานฟังผ่าน LINE ได้ หรือเข้ามาปรึกษาที่สาขาอโศกหรือสาขาสยาม เพื่อให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ
